Review : Selena Gomez & The Scene - Kiss & Tell

posted on 27 Jan 2010 00:12 by paradizer in 2stars
 

Selena Gomez & The Scene - Kiss & Tell (2/5) 
 

อัลบั้มที่หยิบมานี่ ขอสารภาพก่อนตามตรงว่า "ไม่กล้าฟังผลงานของน้องเขาจริงๆ" เนื่องด้วยวิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยออกมา ชนิดที่ว่าใครที่คิดว่าผลงานเด็กดิสนี่ยืออกจะเป็นขยะแล้ว คงคิดว่าอันนี้คงเป็นขยะเปียกค้างคืนเป็นแน่ แต่เมื่อซิงเกิ้ลที่สองปล่อยมาก้แบบว่า "เอ้อ ยังมีเพลงดีๆอยู่นี่หว่า" อันเป็นเหตุให้ลองหยิบผลงานน้องหนูมาฟังแล้วก็พบว่าที่มาดามบอกว่า "ห่วย" นี่ก็ห่วยจริงแหละ (แต่ไม่่วยเท่าอี Ke$ha เพราะนางนี้ห่วยแบบไม่มีใครกล้าซิวตำแหน่งเธอแน่นอนในปีนี้)

ข้อดี หนุเป็นคนที่เสียงใสและแบ๊วมากๆ พาลให้นึกถึงรุ่นพี่หนูอย่าง Hilary Duff เพียงแต่ว่าหนูดูใส่จิตวิญญาณในการร้องเพลงลงไปมากกว่านิดหน่อยให้พอรับรู้อารมณ์ร่วม รวมถึงเรื่องการคุมเสียงอะไรก็ดีนะ เพียงแต่ว่า 

ข้อด้อยของหนุ ไม่สิ อัลบั้มนี้ เลือกเพลงได้ไม่เหมาะกับหนูอย่างแรง คือแทนที่หนูจะมาบับเบิ้ลกัมป๊อปร็อค หรือป๊อปร็อคสูตรสำเร็จ หนุเลือกที่จะฉีกแนว ฟอร์มวงมาเล่นดนตรีอิเลคโทรนิคปีอป ซึ่งต่างจากเด็กดิสนี่ย์ทั่วไป ก็ยอมรับนะว่ากล้าที่จะแปลกแต่หนูยังไม่ดีเด่นพอที่จะแปลกอ่ะ ผลงานที่ออกมาเลยดูเหลวๆเป็นโจีก หาแก่นสาระอะไรได้ไม่มากนัก อีกเรื่องคือแม้ว่าหนูจะคุมเสียงดี แต่เสียงหนูส่วนใหญ่ในอัลบั้มไม่ได้เข้ากับดนตรีเลย คือดนตรีมันหนักไปจนบางครั้งมันกลบเสียงหนูหายไปเยอะ ก็น่าจะคิดได้นะว่าควรทำเพลงแบบไหนหลังจากนั่งฟังและหาอัตลักษณ์ตัวเองในภายหลัง (หากคิดจะทำเพลงต่อนะลูก) 

ซิงเกิ้ล 

Fallin' Down (1.5/5) แซมเปิ้ลดนตรีเพลงลีดแดนซ์อันรุ่งเรืองเมื่อตอนเกือบ 10 ปีที่แล้วมาใช้ก่อนที่จะระเบิดเข้าท่อนฮุคที่กลายเป็นพาวเวอร์พ็อพ และใส่อิเลคโทรนิคนิดๆหน่อย แต่เอ่อ มันไม่เข้ากันเลยอ่ะหนู เสียงหนูก็ไม่เข้า ดนตรีก้ไม่เข้า กะโหลกกะลา ยิ่งภาคเนื้อหา ใช้ตาตุ่มข้างไหนคิดตัดเป็นซิงเกิ้ลแรกจ๊ะ 

Naturally (3.5/5) ซิงเกิ้ลที่สอง ตัวเพลงแปลกแยกจากเพลงอื่นๆในอัลบั้มอย่างชัดเจน ยืนพื้นด้วยยูโรพ็อพแดนซ์ติดกลิ่นดิสโก้เบาๆแล้วหยอดลูกเล่นดนตรีของอิเลคโทรนิคเข้ามา ภาคเนื้อหาก็ดูน่ารักเข้ากับดนตรีและเสียงหนูดี โดยรวมแล้วเป็นเพลงที่ดูดีที่สุดในอัลบั้ม คือฟังได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจจริงๆ 

แทรคอื่นๆในอัลบั้ม 

Kiss & Tell (2/5) ไตเติ้ลแทร็คที่มาในรูปแบบอิเลคโทรพาเวอร์พ็อพซึ่งจะได้ยินกันแรงๆกว่านี้ใน The Veronicas ถามว่าทำออกมาดีไหม ก็งั้นๆอ่ะ ยิ่งมาเจอเสียงแบ๊วๆของหนูที่ยอมรับว่าคุมเสียงเก่ง แต่ว่าไม่เหมาะกับแนวนี้เลยหนูเอ๊ย 

I Won't Apologize (2/5) กล้ามากอีหนูเอ๊ย แหมเพลงนี้ฟังแล้วดูเป็นออริจินัลดี My Life Would Suck Without You ของหมูเค็มต้องก๊อปหนูมาแน่เลย (แถมทำได้ไม่ดีเท่าหนูด้วย อิเลคโทรนิคฟิวฟ้าวก็ไม่มีเหมือนหนู เนอะ) อืม พอเถอะจ๊ะหนู และเหมือนเดิมเสียงไม่ได้เหมาะเล๊ย 

I Promise You (2.5/5) ป๊อปร็อคธรรมดาๆตามสูตรสำเร็จเด็กดิสนี่ย์ โครงสร้างก็เหมือนๆเดิม กีต้ารืก็ไลน์เดิม กลองก้ไลน์เดิม เสมอตัวนะ ไม่มีอะไรมาก ยิ่งเทียบกับรุ่นก่อนๆหน้านี้อย่างพวกแอชลี่หรือวาเนซซ่ายังมีอะไรใส่เข้าไปในเพลงเยอะกว่า รวมไปถึงร่วมรุ่นอย่างไมลี่ย์(แต่คุมเสียงง่อยมาก)และเดมี่ด้วย เช่นเดียวกับ Crush (2/5) ที่ติดๆกลิ่นอัลเทอร์เนทีฟเข้ามาก็โอเค ไม่ได้ดีไม่ได้เด่นอะไร พอฟังได้ หนูเหมาะที่จะร้องอะไรที่ไม่ใช่พาวเวอรืพ็อพดี แต่โดยรวมแล้ว เพลงนี้เหลวเป็นโจ๊กเลย โหลงเหลงไร้ทิศทางมาก รวมไปถึง The Way I Loved You (2.5/5) ที่ฟังได้สบายๆและการใช้เสียงในการสื่อารมณ์ของหนูก็กำลังพอดิบพอดีกับดนตรีและเพลงดี แม้ว่าเนื้อหาจะน้ำเน่าไปหน่อยก็ตาม 

มาเข้าสู่อีกช่วงของอัลบั้มที่ฟังแล้วรู้สึกว่าได้อิทธิพลมาจาก The Veronicas มามากๆ เริ่มจาก More (2/5) ที่ดนตรีเป็นป๊อปร็อคบีทหนักๆตึ๊บๆหยอดความเป็นอิเล็คโทรนิคและแดนซ์ลง คือตอนแรกมันก็โอเคแหละ พอหนูเริ่มแรพคั่นเพลงเนี่ยแหละ อะไรๆมันก็ดูดาวน์เกรดตัวเองซะหมดเลย As A Blonde (1/5) แย่แบบไม่ต้องคิดว่าจะฟังอีกรึเปล่า ดนตรีก็พอไหวหรอก แต่เนื้อเพลงนี่ไม่ไหวหว่ะพูดตรงๆ ต่อด้วย I Don't Miss You At All (2/5)เป็นอีกเพลงที่เวโร๊เวโรมากๆ คล้ายเพลง Goodbye To You สุดๆ ทั้งดนตรีและลูกเล่นเพียงแต่หนูใส่บีทอิเลคโทรนิคเยอะกว่านิดหน่อยก็เท่านั้น โดยรวมก็พอไหวถ้าฟังแบบไม่คิดอะไรมาก แต่พอดีเวโรทำได้เก๋และน่าฟังกว่าเยอะเลยอ่ะ ยิ่งตอนเอาอคูสติกเข้ามาผสมติ่งนึงนั่นอ่ะ ไม่ไหวจริงๆ 

กลับมาที่กลิ่นแบบเคธี่ เพอรรี่ย์ เวอร์ชั่นในอิเลคโทรนิคกันอีกครั้งกับ Stop And Erase (2/5) ที่เรียกหนุแง๊วแบ๊วได้ใจมากๆ แต่เอ่อ เพลงมันร็อคหว่ะ อะไรที่มันหนักไปทางร็อคอ่ะหนูไม่รอดหรอก ก่อนที่จะเป็นเวโรหนูก้ไม่ได้ เป็นเคธี่ก็ไม่ดี หนูเลยกลับมาเล่นตระกูลอัลเทอร์เนทีฟบางๆอีกครั้งกับ I Got You (2/5) ก็พอฟังได้ ดนตรีปีอปร็อคกลิ่นอัลเทอร์เนทีฟลอยๆ ไม่มีอะไรเด่นให้จดจำมากนักสักเท่าไหร่ จริงๆ เน้น จริงๆ 

ปิดท้ายด้วยเพลงที่แถมมาจากซาวน์แทร็คหนังที่หนูเล่น Tell Me Something I Do'nt Know (3/5) เป็นอะไรที่เหมาะกับหนูที่สุดละบับเบิ้ลกัมป๊อปร็อคกับกลิ่นเรโทรนิดๆที่เข้ามาผสม ดูเข้ากับเสียงหนูที่สุดละ เอาเป็นว่าถ้ายังอยากร้องเพลงอยู่แนะนำแนวนี้ละกัน เพราะแนวก่อนหน้านี้ที่ทำมา มันไม่เข้าหูเลยหว่ะ 

 


สรุป เปลี่ยนแนวจากปีอปร็อคอิเลคโทรนิค เป็นติดกลิ่นยุโรแดนซ์ หรืออัลเทอร์เนทีฟแบบบางๆจะดูดีกว่าเพลงที่ส่วนใหญ่ทำในอัลบั้มที่ฟังแล้วดูพยายามจะเป็น The Veronicas มากๆ (แต่ไม่รอด) ยังไงก็ชื่นชมในความ"กล้า"นะ แต่ว่าตอนนนี้หนูกลับไปทบทวนก่อนว่า "แหวก" เพราะอยากจริงๆ หรือ เพราะอยากทำอะไรที่ไม่เหมือนเพื่อนร่วมรุ่นให้ดูแปลกๆเท่านั้นนะครับผม!!! 

Comment

Comment:

Tweet