Review : Katharine McPhee - Unbroken

posted on 27 Jan 2010 00:13 by paradizer in 3stars
 

Katharine McPhee - Unbroken (3.5/5) 

หลังจากที่อัลบั้มแรกเจ๊งบ๊งไม่เป็นท่าทั้งด้วยแนวเพลงที่กวาดไปทั่วตั้งแต่ป๊อปลูกกวาด อาร์แอนด์บี ภารตะ ร็อค แดนซ์ การโปรโมตห่วยๆ ทำให้ค่ายต้องอัปเปหิหนูแคทอกจากค่าย แต่ตัวหนูแคทก็หาได้ยอมแพ้ไม่ จนได้เซ็นสัญญากับ Verve และทำเพลงโดยมีส่วนร่วมในอัลบั้มของตัวเองเยอะ ไม่ปล่อยให้โปรดิวเซอร์จูงจมูกเหมือนเก่า และผลงานชิ้นที่สองของหนูก็ออกมาให้ประชาชนได้รับฟังกันอีกครั้งกับ Unbroken 

Unbroken เป็นอัลบั้มที่ภาพรวมยืนพื้นด้วยดนตรีเพลงป๊อปผสานกับร็อคและโฟล์คเป็นส่วนใหญ่ก็ที่จะระบายลงสู่ความเป็นคอนเทมโปลารี่ มีการใช้ลูกเล่นของดนตรีแจ๊ซเข้ามาผสมผสานในบางแทร็ค โดยรวมทำให้ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ มีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นจากอัลบั้มที่แล้วสูงมาก และที่สัมผัสได้อีกอย่างหนึ่งคือ มีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าอัลบั้มที่แล้วเยอะมากๆเลย 

ข้อดี ทั้งภาคดนตรี ภาคการร้อง และภาคเนื้อหาที่กำลังพอดิบพอดีไม่แข็งไม่อ่อนมากเกินไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังถือว่าฟังยากอยู่สำหรับคอตลาดจ๋าหรือผู้ที่คาดหวังเป็นป๊อปร็อคดาดๆทั่วไปแบบที่ชนอเมริกันไอดอลส่วนใหญ่ทำกัน อีกข้อหนึ่งคือเรื่องการใช้เสียงที่พัฒนามากขึ้น การคุมเสียงในแต่ละเพลงและการสื่อารมณ์ชัดเจนและเหมาะสมกับตัวเพลงดูไม่ขัดหูแบบอัลบั้มที่แล้ว ฟังแล้วอินตามไปด้วยไม่ยากเลยครับ สุดท้ายคือการเลือกเปิดตัวด้วย Had It All ที่ดูมีความเป็นตลาดมากที่สุดในอัลบั้ม ดูป๊อปร็อคมากที่สุดในอัลบั้มทำให้พอจะมีคนกลับมาสนใจสาวเสียงดีนางนี้อยู่บ้าง ดีกว่าที่จะปล่อยเพลงที่แข็งกว่าแต่ฟังยาก รังแต่จะทำให้คนไม่สนใจเข้าไปใหญ่ 

ข้อเสีย อย่างที่บอกคืออัลบั้มนี้อาจจะฟังยากสำหรับคอตลาดทั่วไป ด้วยทั้งภาคเนื้อหาภาคดนตรีดังที่กล่าวไว้ในข้างต้น อีกอย่างคือตัวเพลงในอัลบั้มดูเป็นโทนเดียวกันมากเกินไป คือฟังยาวๆแล้วแทบจะหลับ ทั้งๆที่เพลงก็มีคุณภาพค่อนข้างสูง สุดท้ายคือสิ่งที่เธอสามารถปรับได้บ้างแล้วแต่ยังไม่สุดคือการดึงสเน่ห์ของตัวเองมาใช้ อันเป็นสาเหตุให้การตีตลาดยังยากที่จะเข้าถึง ทั้งๆที่เธอก็เสียงดีไม่แพ้เคลลี่หรือแครี่เลย หากแต่การโปรเจ็คสเน่ห์ที่เธอมีออกไปนั้นยังไม่ได้ถึงครึ่งของสองสาวที่กล่าวมาเลย ดังนั้นต่อให้ทำเพลงดีแค่ไหนก็ยังไม่สามารถครองใจแฟนๆขาจรที่พอขึ้นอเมริกันไอดอลอีกปีก็หนีไปชอบคนใหม่เสียแล้ว 

ซิงเกิ้ล 

Had It All (3.5/5) ป๊อปร๊อคอัลท์คอนเทมโปลารี่กึ่งบัลลาร์ดที่นำเสนอด้านมืดของความรักที่ตาบอดมองไม่เห็นคุณงามความดีความชอบของคนรัก แล้วสุดท้ายมานึกเสียใจทีหลังว่า "ทั้งๆที่มีทุกอย่าแล้ว แต่กลับทิ้งมันไป" ซึ่งนำเสนอออกมาได้เรียบๆง่ายๆแต่ทรงพลังในเรื่องของความรู้สึกที่ตัวนักร้องสื่อออกมาได้ตรงกับเพลงความรู้สึกมากๆ แม้ว่าจะดูตลาดไปหน่อยก็ตาม 

ดิจิตอลซิงเกิ้ล 

Say Goodbye (4/5) ตัวเพลงเป็นบัลลาร์ดป๊อปอดัลท์คอนเทมโปลารี่ผสมผสานกับท่วงทำนองที่ค่อนไปทางมิวสิคัลบรอดเวย์ ทำให้ตัวเพลงออกมาดูเย็นๆและดูโหยหานิดๆ เหมือนกับจุดประสงค์ของเพลงที่ต้องการจะสื่ออารมณ์เมื่อเราต้องการจะจากลานั่นเอง 

Lifetime (3.5/5) น่ารักมากๆ เป็นเพลงที่น่ารักที่สุดเพลงหนึ่งตั้งแต่ได้ฟังมาของเธอเลย ตัวเพลงเป็นป๊อปโฟล์คอนเทมโปลารี่ผสานกับความเป็นเรกเก้อ่อนๆ เนื้อเพลงและดนตรีที่ทำออกมาได้น่ารักๆอย่างนี้ แค่ได้ฟังก็ลอยไปกับเสียงเพลงแล้วละครับ 

How (3.5/5) อีกเพลงในอัลบั้มที่มีความเป็นตลาดสูงกว่าเพลงอื่นๆในอัลบั้ม ภาคดนตรีคล้ายๆกับ Had It All ภาคป๊อปกว่านิดหน่อย นอกนั้นก็ไม่มีอะไรมากครับ เหมือนเป็นเพลงมุมกลับกับ Had It All ในภาคเนื้อหานั่นแหละ 

แทร็คอื่นๆในอัลบั้ม 


It's Not Right (3.5/5) แทร็คแรกของอัลบั้ม ป๊อปร็อคอดัลท์คอนเทมโปลารี่ที่เหมือนจะเป็นตัวชี้ทิศทางบอกแนวของอัลบั้มนี้ (เป็นความรู้สกึแรกเมื่อได้ฟังแทร็คแรกของอัลบั้ม) เช่นเดียวกับกับ Keep Drivin' (3.5/5) ที่มีโครงสร้างคล้ายๆกัน เพียงแต่กลิ่นของความเป็นบลูหลงมานิดๆ บ่งบอกว่าอัลบั้มนี้แคธารีนคนนี้โตแล้วนะจ๊ะ เป็นอีกแทร็คที่เพราะไม่แพ้กัน ต่อด้วย Last Letter (3/5) ป๊อปโฟล์คอนเทมโปลารี่ ที่ฟังได้เรื่อยๆแต่ไม่มีอะไรให้น่าจดจำมากนัก ดูธรรมดาไปหน่อยทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ฉีกตัวเองมาได้ชัดเจนอยู่แล้ว 

Surrender (4/5) เพลงเด็ดในอัลบั้ม เป็นเพลงที่ประทับใจในการพัฒนาของเธอที่สุดในเรื่องของการสื่ออารมณ์และการใช้เสียงที่พอดี ไมล้นมากเกินไปตัวเพลงเป็นป๊อปบัลลาร์ดเปียโนเหยาะความเป็นรอ้คลงนิดหน่อย ฟังแล้วรู้สึกอ่อนล้าอยากจะยอมแพ้ไปกับเสียงของเธอจริง ไม่ใช่ว่าเสียงเธอป่วยนะ มันอินไปกับเสียงเธอต่างหาก 

Terrified (3.5/5) ตัวเพลงเป็นโฟล์คคอนเทมดปลารี่ฟังสบายๆเพลินไปอีกเพลง ไม่ทราบว่าคนที่มาร่วมประสานเสียงด้วยผู้ชายคือใคร แต่ขอบอกว่าคุณทำให้เพลงนี้ดูน่าสนใจมากขึ้น (แม้ว่าเสียงประสานของคุณจะเหมาะกับการไประสานพวกให้นักร้องคันทรี่ย์มากกว่าก็ตาม) 

Faultline (3.5/5) บัลลาร์ดโฟล์คหม่นๆ ที่เนื้อเพลงสื่อถึงความผิดพลาดและสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากโอกาสเดียวที่เธอจะสามารถเป็นอิสระและหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนนี้ได้ ซึ่งตัวนักร้องเองก็ร้องแล้วรู้สึกว่ามันดูอันตรายจริงๆ หากแต่เป็นอารมณืของเพลง ไม่ใช่อารมณ์ของสิ่งที่อยู่ในเพลงจนกระทั่งท่อนฮุคนั่นและที่ตัวนักร้องเหมือนจะรู้แล้วว่าฉันเนี่ยและเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น 

Anybody's Heart (4/5) เพราะๆและล่องลอยสุด ป๊อปโฟล์คสะอาดบริสุทธิ์ต่อรูหูที่เนื้อหาก็เป็นตาม่สวนใหญ่ของดนตรีจำพวกป๊อปโฟล์คบริสุทธิ์ที่พระเอกหลักเป็นกีต้าร์โปร่งอยู่แล้ว คืออกแนวเพ้อๆนิดนึง นึกถึงหัวใจของใครบางคนที่จะมารักเราประมาณนั้น ฟังแล้วผ่อนคลายมากๆเพลงนี้ 

มาต่อกันที่ไตเติ้ลแทร็คกับ Unbroken (3.5/5) ป๊อปโฟล์ค คอนเทมโปลารี่บัลลาร์ดที่เป็นเพลงเหมือนจะให้กำลังใจตัวเองยังไม่ทราบ คือตัวเพลงว่าด้วยว่าการที่ไปพบเจอกับสิ่งต่างๆที่มันโหดร้ายมันน่ากลัวเพียงไหนก็รู้ เพียงแต่ว่าฉันต้องพยายามมันต่อไป เปรียบดั่งแสงไฟที่จะสาดส่องไปในความมืด จะไม่ยอมแพ้ อะไรประมาณนั้น เ่อ่อ เอามาเป็นไตเติ้ลแทร็คแบบนี้แอบสื่อความนัยอะไรรึเปล่า 

Brand New Key (2/5) ทำดีมาทั้งอัลบั้มมาตกม้าตายตอนเพลงสุดท้าย ป๊อปเวสเทิร์นโฟล์คพาลติดกลิ่นไปถึงคันทรี่ย์ที่ร้องท่อนหลบเสียงได้แหลมแจ๋นเสียดหู ไม่ผ่านอย่างแรง รวมถึงการร้องทั้งเพลง เนื้อเพลง ไม่ไหวแล้วจ้าเพลงนี้ นี่ยังไม่รวมถึงดูหลุดคอนเซปต์อัลบั้มเข้าไปอีกนะ โอ้ย อะไรของเธอจ๊ะแคธ 

 

 


สรุป เป็นอัลบั้มดีๆที่เปิดฤกษ์ตอนรับปีใหม่ปีนี้เลยทีเดียว แม้ว่าตัวเพลงจะดูหม่นๆแต่ฟังแล้วกลับเพลินถูกใจอย่างบอกไม่ถูก ใครที่เบื่อๆกระแสป๊อปอิเลคโทรนิค ลองมาฟังอัลบั้มนี้กันได้นะครับผม!!!

Comment

Comment:

Tweet