Review : Hilary Duff - Metamorphosis

posted on 27 Jan 2010 00:08 by paradizer in 2stars

Hilary Duff -Metamorphosis (2.5/5) 
 

Metamorphosis เป็นอัลบั้มที่ประกอบด้วยความเป็นป๊อปร็อคในรูปแบบของทีนป๊อปหรือบับเบิ้ลกัมป๊อปค่อนข้างสูงก่อนที่จะระบายงานลงสู่ภาคดนตรีอื่นๆเช่นคอนเทมโปลารี แดนซ์ และโฟล์ค ซึ่งหาฟังได้ง่ายทั่วไปตามงานของนักร้องวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัย (ซึ่งส่วนใหญ่นักร้องเหล่านั้นก็เป็นผลผลิตจากเด็กดิสนี่ย์ หรือ อดีต หรือเกือบจะเป็น เด็กดิสนี่ย์ทั้งนั้น) 

ข้อดี ด้วยเนื้อเสียงของฮิลเป็นคนที่เสียงใสพอใช้ได้ ทักษะการร้องก็พอมีบ้าง ทำให้ทางค่ายคงเล็งเห็นการหาผลประโยชน์จึงจับพลักพลูให้มาออกอัลบั้มซึ่งก็พอฟังได้ในระดับหนึ่ง 

ข้อเสีย ในบางเพลงดู"เด็ก" พูดง่ายๆก็คือกะโหลกกะลามาก หากแต่ก็เข้าใจว่าในวัยสิบห้าหยกๆสิบหกหย่อนๆก็ต้องมีความเป็นเด็กหลงอยู่บ้างอะไรบ้าง แต่บางทีมันก็"เด็ก" ไป รวมไปถึงภาคดนตรีละเนื้อร้องในบางเพลงที่ดูแล้ว "รีบทำรีบกินตังค์" เสียมากกว่าที่จะเน้นไปในผลงานจริงๆ 

ซิงเกิ้ล 

So Yesterday (3.5/5) ซิงเกิ้ลแรกเปิดตัวฮิตระเบิดระเบ้อ ด้วยเพลงป๊อปร็อคใสๆสบายๆที่ผสมผสานไปด้วยเสียงสังเคราะห์ออกแนวกวนๆให้ดูเป็นวัยรุ่นมากขึ้น บวกกับเนื้อหาง่ายๆแต่โดน ด้วยคำง่ายๆว่า "คุณมันก็แค่วันวานของฉันหล่ะว้า" ดูเป็นอะไรที่ลงตัวมาก อีกทั้งท่อนแรพก็บ่งบอกจุดประสงค์ได้ดีขึ้นอีกด้วยการเสริมอารมณ์เข้าไปว่า "ไม่ว่าแกจะทำอะไรยังไง ฉันก็จะนำหน้าไปทุกๆครั้ง" สะใจดีแท้น้อ ฮิตต่อเนื่องด้วย Come Clean (3/5) ป๊อปร็อคกึ่งบัลลาร์ดที่แอบเอาลูกเล่นอิเลคโทรนิคนิดๆมาเล่นในเพลงจนติดกลิ่นแดนซ์นิดๆ ที่ทำออกมาได้น่าฟังใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าจะร้องออกมาไม่ค่อยมีมิติเท่าไหร่ก็ตาม 

มาที่ซิงเกิ้ลอย่างไม่เป็นทางการบ้าง Anywhere But Here (3/5) ซิงเกิ้ลประกอบภาพยนตร์ A Cinderella Story ที่เป็นป๊อปร็อคสบายๆที่ทำให้พาลนึกถึงเพลง I'm Not A Girl Not Yet A Woman ของบริทนี่ย์ในเวอร์ชั่นสดใสกว่า แถมเอ็มวีก็โลเคชั่นคล้ายๆกันอีก เป็นอีกเพลงที่มีประสิทธิภาพพอจะเป็นซิงเกิ้ลได้ น่าเสียดายที่ไม่ได้ตัดโปรโมท 

อีกซิงเกิ้ลที่ถา้จำไม่ผิดคือโปรโมตเฉพาะที่แคนาดาและไปได้สวยกับ Little Voice (2.5/5) ที่หยิบผลงานเก่าของนักร้องสวีเดน Sahlene ซึ่งเป็นป๊อปร็อคมาปรับให้เป็ยบับเบิ้ลกัมป๊อปติดกลิ่นร็อคน้อยๆที่ทำออกมาได้พอใช้ได้ และการร้องก็ดูมีอารมณ์ร่วมมากกว่าเพลงอื่นๆในอัลบั้มดี เสียดายที่ภาคดนตรีดูกะโหลกกะลาไปหน่อย มาที่ Why Not (4/5) ซิงเกิ้ลโปรโมตภาพยนตร์ Lizzie McGuire ที่ทำออกมาได้น่าฟังมากๆ ด้วยความเป็นป๊อปร็อคน่ารักๆผสานกับความเป็นคอนเทมโปลารี่สบายๆ อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชมคือแต่ละเครื่องดนตรีที่เรียบเรียงมาในเพลงนี้ดูเหมาะเจาะลงตัวกับอารมณ์เพลงและเนื้อเพลงในแต่ละท่อนมากๆ และสำคัญที่สุดที่หาได้ยากยิ่งในผลงานของดัฟฟ์คือการร้องได้มีมิติมีอารมณ์กับเพลง ซึ่งเพลงนี้มีได้พอดีเลยทีเดียว 

แทร็คอื่นๆ 

Workin' It Out (2.5/5) ตัวเพลงนิยามด้วยความเป็นทีนป๊อปร็อคหนักๆที่ฟังผ่านก็พอจะโอเค หากแต่ภาคดนตรีที่สุดจะเกร่อที่ใช้กันทั่วไปๆ แต่ชอบที่เอาเสียงเหมือนพูดผ่านไมค์โครโฟน หัวเราะๆมาใช้ ช่วยให้เพลงดูน่ารักขึ้นจม มาร็อคกันต่อด้วย The Math (1.5/5) ที่เนื้อเพลงและภาคดนตรีดูเป็นเด็กมัธยมกิ๊กก๊ิอกร้องเอามันตามโรงเรียนเวลาเบื่อๆ ภาคดนตรีเป็นพาวเวอร์พ็อพเพียวๆ ให้ฮิลได้ร้องแง๊วๆไปกับเพลงเล่น ขอบอกว่าไม่ผ่านนะจ๊ะหนู 

มาต่อกันด้วย Party up (2.5/5) ที่อินโทรใช้ลูกเล่นมิกซ์แชนเนลเสียงซ้ายขวาสลับกันดึงดูดความสนใจได้ดี บวกกับเสียงฮิลที่ดูเข้าอารมณ์ดี ทีนป๊อปร็อคจังหวะโจ๊ะๆที่แอบๆใส่ลูกเล่นดิสโก้นิดๆเพลงนี้เลยออกมาดูน่ารักดี บวกกับลูกเล่นอื่นๆที่เอาเข้ามาผสมก็น่ารักดี พอไหวอยู่นะเนี่ยเพลงนี้ 

Sweet Sixteen (2/5) บับเบิ้ลกัมป๊อปคอนเทมโปลารี่ที่เนื้อหาส๊าวสาวเหมาะสำหรับสาวแรกแย้มพร้อมจะเป็นวัยรุ่นก่อนวัย 16 ปี เพราะหลังจากที่ท่านอายุเกินมาล้วจะพบว่าเพลงนี้ก็แค่เพลงวัยรุ่นธรรมดาๆเพลงนึง แต่ข้อดีของเพลงนี้คือฟังสบายดี นอกนนั้นเฉยๆ ไปฟัง Anywhere But Here ดูจะลื่นหูมากกว่า มาที่ Metamorphosis (3/5) ที่เอาความเป็นแดนซ์เข้ามาผสมผสานกับความเป็นป๊อปร็อคได้ใช้ได้เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีการหยอดลูกเล่นดนตรีภารตะเข้ามาผสมผสานเข้าด้วยอย่างลงตัว ภาคเนื้อหาที่เป็นนัยว่า "นี่จะเป็นขึ้นแรกในการเจริญเติบโตของหนู เหมือนผีเสื้อที่กำลังจะออกจากดักแด้ในกระบวนการเมต้ามอร์โฟซิส" (ดูท่าจะเรียนชีวะเก่งนะจ๊ะ) เอาเป็นเพลงนี้เรียกได้ว่า "ดี" สำหรับนักร้องวัยรุ่นทั่วไปเลยทีเดียว 

มาที่เพลงช้าในอัลบั้มกันบ้าง Where Did I Go Right (3.5/5) ป๊อปโฟล์คบัลลาร์ดทีเรียบเรียงดนตรีได้เพราะมากๆเพลงนึงของอัลบั้มเลยทีเดียว บวกกับภาคเนื้อหาที่สุดแสนจะสับสนในชีวิตตนเองว่า "ตกลงกูเลือกทางเดินของกูถูกรึเปล่าว่ะ" ส่วนตัวคิดว่าเป็นเพลงของฮิลที่เรียบเรียงเนื้อร้องละทำนองได้เพราะที่สุดเพลงนึงเลยทีเดียว แต่ไหงมาในเพลง Love Just Is (1.5/5) ซึ่งฟังแล้วก็พาลนึกว่า "อะไรของมันวะ" ทั้งภาคเนื้อหาและภาคดนตรีดูสะเปะสะปะ ภาคเนื้อหาที่บอกเกี่ยวกับเรื่องรักๆใครหากแต่เรียบเรียงได้ประถมมากๆ ไม่ไหวนะจีะเพลงนี้ ปิดท้ายด้วยเพลงสั้นๆ Inner Strength (2/5) ที่เป็นเดโมงานแต่งเล่นๆแล้วก็เลยจับยัดลงอัลบั้มเล่นๆ โดยร้องกับลูพเพลง ที่คาดว่าถ้าแต่งให้จบดีๆ ทำดนตรีดีก็คงจะเป็นอีกเพลงที่น่าจะพอฟังได้อีกเพลง 

มาที่ของแถมในอัลบั้ม โบนัสแทร็ค A Day In The Sun (3/5) ที่ดูเข้าท่ากว่าบางเพลงในอัลบั้มตั้งเยอะตั้งแยะกลับไม่ใส่ไปในอัลบั้ม เป็นป๊อปร็อคติดกลิ่นอดัลท์คอนเทมโปลารี่ที่แต่งเนื้อเพลงได้เข้าท่าอันว่าด้วยการดำเนินชีวิตของมนุษย์เราที่ใครๆก็คงอยากจะพบกับความสุขและความสนุกสนานด้วยกันทั้งนั้น เนื้อร้องดนตรี และการร้องในเพลงนี้ดูครบถ้วนใจความที่จะสื่อดี 





สรุป เป็นอัลบั้มที่ "พอใช้" ในระดับหนึ่งสำหรับการจับพลัดขับพลูเอานักแสดงขวัญใจวัยรุ่นมาทดลองงานเพลง คือเอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้แย่อะไรมาก เพียงแต่ถ้าจับวัยรุ่น"ทั่วไป" มาร้องก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน เผลอๆจะร้องออกมาได้ดีกว่าซะอีก เอาเป็นว่าถ้าไม่ใช้แฟนเพลงของฮิลก้เลือกจิ้มๆฟังไปเพลงบางเพลงก็พอเนอะ

 

Comment

Comment:

Tweet