Ke$ha - Animal 1.5/5 

หลังจากที่รอคอยมานานแสนนนานว่าเมื่อไหร่จะออกอัลบั้มเต็มมา เนื่องจากว่าฟังซิงเกิ้ลแรกแล้วพอจะจับจิตได้ว่าในอัลบั้มอาจจะมีปล่อยของที่ดีกว่านี้ จนกระทั่งอัลบั้มเต็มในรอบแรกหลุดออกมา (ก่อนที่จะมาเป็นแทร็คลิสต์ ณ ปัจจุบัน) มันก็พอสรุปได้ว่า นางสาว เคชช่า หรือที่พยายามจะเก๋โดยการเปลี่ยน s เป็น $ ว่า Ke$ha ก็พบว่าสมควรจะกลับไปทำเพลงให้ชาวบ้านร้องต่อ และเหมือนพี่ดิ๊ด P Diddy ก็พอจะรู้ว่าคนเข้าคิดยังไงกับเพลงที่ทำออกมา ก็เลยโล๊ะใหม่ทั้งอัลบั้ม รวมไปถึงเปลี่ยนลุ๊คใหม่จากสาวสปอร์ตเกิร์ลใส่รองเท้าผ้าใบใส่แว่นกันแดดเท่ๆบนอัลบั้ม แปลงร่างเป็นอีสาวช่างเที่ยวปาร์ตี้ขี้เหล้าเมายา แล้วซิงเกิ้ลแรกก็ประสบความสำเร็จขึ้นที่ 1 ไปอย่างสวยงาม จน ณ ปัจจุบันก็ได้ฤกษ์ปล่อยอัลบั้มแรกมาให้ฟังกันเสียทีกับ Animal 

Animal เป็นอัลบั้มเพลงที่ยืนพื้นด้วยความเป็นป๊อปก่อนที่จะตบอิเล็คโทรนิคลงไป ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆคนมักจะนึกถึงสตรีกล๊ากล้าบ้าบิ่น Lady GaGa อย่างอดคิดไม่ได้ แม้ว่าดูภายนอกแล้วมันก็ดูว่าท่าจะจริงที่พี่ดิ๊ดพยายามจะดันให้เป็นสตรีฮานาก้าภาคสวยสะโอดสะองค์กว่า 

ข้อดี มีด้วยหรอ ไปอ่านข้อเสียเลยดูท่าน่าจะง่ายกว่า อ้อ มีข้อดีหนึ่งข้อๆ เนื้อเพลงติดหูง่ายดี (แต่ก็เป็นผลพวงมาจากเนื้อหาง่อยๆด้วยเช่นเดียวกัน) 

ข้อด้อย ไม่รู้ว่าพอทำงานให้คนอื่นแล้วสมองบรรเจิดลื่นปรื๊ดๆเหมือนสานไอซ์สกีหรืออย่างไร พอมาทำงานให้ตัวเองพลังงานเชื้อเพลิงมันเลยหายหมดไปเกลี้ยงงเมื่อยามที่อยากจะดันตัวเองเข้าสู่วงการเพลงเบื้องหน้า ตัวเพลงป๊อปอิเลคโทรนิคที่ทำให้เหยียบดีเหยียบเลวมันก็น่าจะออกมามีความล้ำบ้าง แต่นางสาวเคชช่า สามารถที่จะทำให้แนวเพลงที่ว่าดูเชยลงไปในพริบตา ด้วยดนตรีที่หยิบบีทเกมบิทพวกแฟมิคอมเกมบอยมาใส่แล้วมิกซ์ออกมาได้เชยระเบิด (ถ้าจะอ้างว่าเรโทรกรุณาไปฟัง Amanda Jenssen ที่ทำเรโทรแล้วมันดูคลาสสิคร่วมสมัยและออกมาเลิศชนิดที่เคชช่าไม่ต้องโผล่พ้นพื้นพสุธามาเลย) ยังไม่รวมเนื้อหาเพลงที่ดูแล้วเสร่อและเน่าสุดๆ เท่านั้นยังไม่พอเสียงร้องของนางสาวเคชช่าที่ถ้าร้องปรกติมันก็พอฟังได้อยู่หรอก แต่พอแอ๊บเสียงบีบเสียงดัดเสียงมากๆแล้วมันน่ารำคาญ แล้วบังเอิญที่ว่าหล่อนดันทำแบบนั้นบ่อยในอัลบั้มนี้ซะด้วย 




ซิงเกิ้ล 

Tik Tok (2.5/5) แม้ว่าฟังในตอนแรกแล้วดูจะเหมือนเพลงเก๋ๆสนุกๆ หากแต่เมื่อฟังมากรอบขึ้นเรื่อยๆแล้วก็พบว่าเพลงป๊อปสังเคราะห์ตึ๊ดด้วยบีทเกมแฟมิคอมหรือเกมบอยแบบที่ว่ามานั้นมันก็แค่ป๊อปดาดๆรรมดาๆสนุกๆที่ดูเหมือนจะเก๋ แต่ก็ไม่ได้มีอไรให้น่าจับต้องมาก (แม้ว่าจะขึ้นไปที่ 1 Billboard ไปแล้วก็ตาม) แต่พอฟังรวมๆทั้งอัลบั้มก็อยากจะบอกว่า "เออ คิดถูกแล้วที่เอาเป็นซิงเกิ้ลแรก" ทำไมนะหรอ อ่านไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็จะรู้เอง 

Blah Blah Blah (2/5) ซิงเกิ้ลที่ 2 ที่ฟังตอนขึ้นต้นเหมือนจะดูดี แต่แล้วก็ท่าดีที่เหลวไม่ได้ต่างกันกับเพลงแรกที่ใส่กลิ่นดิสโก้ไปหน่อยๆ แถมยังสังเคราห์เสียงตัวเองที่ปกติมันก็แบนๆแจ๋นๆอยู่แล้วให้น่ารำคาญขึ้นกว่าเดิม ในส่วนที่ 3OH!3 มาฟีทให้พอมารวมแล้วยิ่งง่อยไปกว่าเดิมอีก

 


แทร็คอื่นๆ 

Your Love Is My Drug (2/5) ใครๆก็อยากเป็นก้าไม่เว้นแต่นางนี้ ดนตรีทั้งเพลงพาลให้คิดถึง Jus Dance,Poker Face และ Bad Romance ของสตรีกาก้าอย่างอดไม่ได้ (แหม่ แต่ก็เถียงไม่ได้นะว่าก้าก็ก๊อปเพลงตัวเองเหมือนกัน) แค่มีดนตรีสังเคราห์รูปแบบบิทเกมมาเสริมเท่านั้น เฮ้อ ออกมาก็น่ารำคาญเหมือนเดิม ต่อด้วย Take It Off (2/5) ที่นอกจากอยากจะเป็นก้าแล้วเพลงนี้ยังอยากจะเป็นรีฮานน่าภาคบีทบิทเกมอีกที่ฟังแล้วมันนึกถึง Don't Stop he Music พิกลๆที่รัศมี ความเก๋ ความมัน และทุกๆอย่างรวมกันแล้วแพ้ห่านเรียบวุอย่างไม่ต้องสงสัย ยังดีที่เสียงในเพลงนี้ของคุณเธอไม่ค่อยน่าปวดเศียรเวียนเฮดเท่ากับเพลงอื่นๆเท่าใดนัก 

Kiss 'N' Tell (1.5/5) ทำเพลงได้เหมือนเด็กดิสนี่ย์มากๆ แถมชื่อเพลงก็ดันบังเอิญไปเหมือนชื่ออัลบั้มของเด็กดิสนี่ย์อย่างหนู Selena Gomez ถ้าใครไม่รู้จักก็อาจจะพาลคิดว่าเพลงนี้อยู่ในอัลบั้มของน้องนางนั้นก็เป็นได้ แอ๊บแบ๊วมากๆ ไหนๆก็ไหนๆของพ่วงเข้าไปอีกเพลง Stephen (1.5/5) ประมาณว่าหล่อนเป็นเด็กดิสนี่ย์ไม่พอ อยากจะหลุดเข้าไปอยู่ในโลกบาร์บี้เวิร์ลอะไรประมาณนั้น ป๊อปอิเลคโทรนิคที่ถ้าตัดอิเลคโทรนิคออกไปนี่มันเพลงตุ๊กตาบาร์บี้ที่เด็กห้าขวบที่บ้านเปิดดูชัดๆ เฮ้อ ยังไม่รวมที่แอ๊บเสียงแบ๊วเล็กๆนั่นด้วยนะ 

Hungover (2.5/5) เฮ้อ นึกว่าจะไม่มีเพลงที่พอฟังได้ในอัลบั้มหลุดๆมาบ้างซะแล้ว (ไม่นับ Tik Tok นะ) ป๊อปอิเลคโทรนิคธรรมดาๆที่ใส่ลูกเล่นตบมือแปะๆแบบพวกอาร์แอนด์บีเข้ามาช่วยเพิ่มความสนใจได้บ้างในบางส่วน เสียงก็น่ารำคาญน้อยกว่าเพลงอื่นๆที่ใช้เสียงจริงๆ(เหมือนเพลงแรก ซะที) ฟังแล้วนึกถึง Sexy No No No ของ Girls Aloud เวอร์ชั่นเทปยานดี 

Party At A Rich Dude's House (2.5/5) เป็นเพลงที่ดูดีที่สุดในอัลบั้มเพลงนึง ป๊อปร็อคอิเลคโทรนิคที่โชยๆกลิ่นพั้งค์ย่อมๆในรูปแบบของเอวริลในอัลบั้มที่ออกมาใส่กระโปรงเต้นปอมๆนั่นแหละ แม้ว่าชั้นเชิงอะไรจะสู้เอวริลไม่ได้ก็ตามแต่ก็นะ ถือเป็นบุญที่ทำเพลงที่พอฟังได้มาให้ฟังบ้าง มาที่อีกเพลงที่ตอนอัลบั้มเต็ม(ก่อนที่จะอัดอัลบั้มใหม่) Backstapper (2.5/5) หลุดออกมา พอจะคาดหวังไว้ได้บ้างว่าน่าจะพอฟังได้ (คือกล่าวได้ก่อนเลยแล้วกันว่าอัลบั้มเต็มก่อนที่นางจะโละมาอัดใหม่ เลือกเพลงใหม่ก็เน่าไม่ได้แพ้ปัจจุบัน แต่มันก็ยังน่าฟังมากกว่าภาพรวมปัจจุบันเยอะเลย) พอมาในรูปแบบใหม่ก็ดูโอเคขึ้นนิดหน่อย ตัวเพลงเป็นยูโรป๊อปแดนซ์อิเลคโทรนิคที่หยิบลูกเล่นของแจ๊ซเข้ามาผสมผสานได้เข้ากันอย่างน่าตกใจ จริงๆมันก็ไม่ได้อะไรมากมายนักหรอก เพียงแต่ว่าพอรวมกับเพลงอื่นๆในอัลบั้มแล้วมันดีกว่าชาวบ้านเท่านั้นเอง 

Blind (3.5/5) เป็นเพลงที่ดีที่สุดในอัลบั้ม คือ ฟังง่ายสุดๆ เพลินสุดๆ เพราะสุก ดีสุด จริงๆในอัลบั้มเลย ตัวเพลงเป็นป๊อปบัลลาร์ดอิเลคโทรนิค ที่ฟังแล้วอยากจะล่องลอยและเคลิ้มไปกับเนื้อเพลงที่น่ารัก บวกกับเทคนิคการใช้อิเลคโทรนิคคลอรัสกับใช้ได้ถูกที่ถูกเวลา และดูเป็นเพลงที่พอจะมีประสิทธิภาพให้ตัดเป็นซิงเกิ้ลได้บ้าง 

Dinosaur (2.5/5) จะย้อนยุคไปไหน แหม ชื่อเพลงไดโนเสาร์ อินโทรเสียงไดโนเสาร์คำราม ตัวเพลงยังย้อนยุคไปยุคที่เพลงปอมๆเชียร์ลีดเดอร์ยุครุ่งเรือง ทำมาเป็นแรพสะกดคำว่าไดโนเสาร์ ตัวเพลงเป็นเรโทรป๊อปร็อคในรูปแบบสรรพสำเนียงกึ่งแร็พ ผสมผสานกับความเป็นป๊อมๆเชียร์ในรูปแบบแซมบ้าและเครื่องเคราะห์เครื่องสังเคราะห์และการผิวปากที่ทำให้รู้สึกย้อนยุคจริงๆ คือถ้าโดยรวมมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่นี่เป็นโปรดิวเซอร์แต่งเพลงดีๆดังๆ เน้น ดีๆดังๆมาตั้งเยอะ กลับทำเพลงได้ดาวน์เกรดตัวเองมากๆ 

Dancing With Tears In My Eyes (2.5/5) แปลกมากๆ คือทั้งอัลบั้มมาเป็นรูปแบบอิลเคโทรนิคมาโดยตลอด ไหงเกิดนึกครึ้มอะไรเอาเวสเทิร์นโฟล์คมาใส่ในอัลบั้มวะ แถมหยิบใครมาดูเอทด้วยไม่รู้ (แต่ฟังแล้วยังกับไปดูเอทให้เขามากกว่าหว่ะ พูดจากใจจริง) ธรรมดาๆ ไม่มีอะไร ว่าแต่เพลงนี้อัดเสียงแปลกๆ ทำไมถึงอัดแบบดนตรีสด แถมสดเกินแบบเหมือนเอามือถืออัดในน้องส่งเลย

Boots & Boys (3/5) กว่าจะมีเพลงน่ารักๆที่พอจะตัดเป็นซิงเกิ้ลได้ก็ปามาจะหมดอัลบั้ม ตัวเพลงเป็นป๊อปอิเลคโทรนิคที่ถ้า(เน้นว่าถ้า) มิกซ์ดีๆนี่มันเพลงแฟชั่นจ๋าเลยนเนี่ย เหยียบๆจะเปรี้ยวแล้ว ผิดที่การดีไซน์การร้องในเพลงนี้และการมิกซ์เพลงขั้นสุดท้ายนี่แหละ เหยียบเปรี้ยวแล้ว ตอนนี้มันยังเปรี้ยวแบบจอมปลอมอยู่อ่ะ 


ปิดท้ายด้วยไตเติ้ลแทร็คที่จะสื่อถึงอะไรในอัลบั้มมิทราบก็ไม่รู้ (หรือจะสื่อว่าอัลบั้มนี้มันแปลกแบบง่อยๆเกินไป) Animal (2/5) ป๊อปอิเลคโทรนิคที่หยิบลูกเล่นดนตรีฟังก์อ่อนๆเข้ามาผสมนิดๆหน่อยๆ ผลลัพธ์ออกมาก็คือ อีบ้าตัวหนึ่งออกมาร้องเพลงบ่นเอี้ยอ่าอะไรออกมาใฟ้ฟังก็ไม่รู้ เชื่อแล้วว่าไม่รู้จะสื่อถึงอะไรจริงๆ เลยร้องแปลกๆเหมือนคนเมา ไหนๆเพลงก็จับทิศจับทางไม่ค่อยได้อยู่แล้ว ชวนเมาไปกับเสียงหล่อนเลยดีกว่า 

สรุป เอ่อ แม้ว่า P Diddy พยายามที่จะดันให้เป็น Lady GaGa เวอร์ชั่นสวยสะโอดสะองค์กว่า และจะสำเร็จในขั้นแรกไปแล้วก็ตาม แต่ภาพรวมอัลบั้มนี้มันจอมปลอมมากมาย คืออวดอ้างสรรพคุณมาซะดี สุดท้ายพอผลงานออกมาแล้วไม่ได้ดีอย่างที่อวดอ้างไว้ ถ้ายังอยากเป็นนักร้องอยู่ก็ช่วยทำอะไรที่มันดูดีกว่านี้ออกมาหน่อย ไม่งั้นก็อัญเชิญกลับไปแต่งเพลงไปโปรดิวซ์เพลงให้คนอื่นร้อง ดีกว่าจะมาประจานตัวเองว่าทำให้คนอื่นดังได้ แต่ดับตัวเองนะจะบอกให้ 

Comment

Comment:

Tweet